มหาสมุทรแอตแลนติก คืออะไร

มหาสมุทรแอตแลนติก คือ มหาสมุทรที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของโลก ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 106 ล้านตารางกิโลเมตร อยู่ระหว่างทวีปอเมริกา (เหนือและใต้) ทางฝั่งตะวันตก กับทวีปยุโรปและแอฟริกา ทางฝั่งตะวันออก มหาสมุทรนี้เชื่อมต่อกับมหาสมุทรอาร์กติกทางตอนเหนือ และมหาสมุทรใต้ว่าด้วยทางตอนใต้

ตอนที่ 1 : มหาสมุทรแอตแลนติกอยู่ที่ไหน

ตอนที่ 2 : ร่องสมุทรและเทือกเขากลางมหาสมุทรแอตแลนติก

ตอนที่ 3 : ความหลากหลายทางชีวภาพของมหาสมุทรแอตแลนติก

ตอนที่ 4 : ความสำคัญทางประวัติศาสตร์และตำนาน

ตอนที่ 5 : สรุป

มหาสมุทรแอตแลนติก อยู่ที่ไหน

มหาสมุทรแอตแลนติก

แอตแลนติกอยู่ระหว่าง ทวีปอเมริกาเหนือและอเมริกาใต้ ทางฝั่งตะวันตก กับ ทวีปยุโรปและแอฟริกา ทางฝั่งตะวันออก ทางตอนเหนือเชื่อมกับ มหาสมุทรอาร์กติก ส่วนทางตอนใต้เชื่อมกับ มหาสมุทรใต้น้ำแข็งแอนตาร์กติกา พูดง่ายๆ คือเป็น ผืนน้ำใหญ่ ที่กั้นระหว่างโลกตะวันตกกับโลกตะวันออกนั่นเอง

มหาสมุทรแอตแลนติกตั้งอยู่ระหว่างทวีปต่างๆ ดังนี้

  • ทางตะวันตก: ติดกับทวีปอเมริกาเหนือและอเมริกาใต้
  • ทางตะวันออก: ติดกับทวีปยุโรปและแอฟริกา

 

โดยมีพรมแดนธรรมชาติเชื่อมต่อกับมหาสมุทรอื่นๆ

  • ทางเหนือ: ติดกับมหาสมุทรอาร์กติก
  • ทางตะวันตกเฉียงใต้: ติดกับมหาสมุทรแปซิฟิกผ่านช่องแคบเดรก
  • ทางตะวันออกเฉียงใต้: ติดกับมหาสมุทรอินเดีย
  • ทางใต้: ติดกับมหาสมุทรใต้

ร่องสมุทรและเทือกเขากลาง มหาสมุทรแอตแลนติก

มหาสมุทรแอตแลนติก

เทือกเขากลางมหาสมุทร

เป็นเทือกเขาใต้น้ำที่ยาวที่สุดในโลก มีความยาวมากกว่า 16,000 กิโลเมตร ทอดตัวอยู่บริเวณกึ่งกลางมหาสมุทรแอตแลนติกในแนวเหนือ-ใต้

  • การก่อตัว: เทือกเขานี้เป็นแนวรอยต่อของแผ่นเปลือกโลกแบบแยกตัว (Divergent Plate Boundary) ระหว่างแผ่นอเมริกาเหนือกับแผ่นยูเรเซีย และแผ่นอเมริกาใต้กับแผ่นแอฟริกา ซึ่งแผ่นเปลือกโลกกำลังเคลื่อนที่ออกจากกัน ทำให้หินหนืด (Magma) จากใต้โลกปะทุขึ้นมาแข็งตัวกลายเป็นหินใหม่ ทำให้เกิดการขยายตัวของพื้นมหาสมุทรอย่างต่อเนื่อง
  • ความสำคัญ: การขยายตัวนี้ทำให้มหาสมุทรแอตแลนติกกว้างขึ้นประมาณ 2.5 เซนติเมตรต่อปี และเป็นสาเหตุสำคัญของกิจกรรมแผ่นดินไหวและภูเขาไฟใต้ทะเล นอกจากนี้เทือกเขานี้ยังโผล่พ้นน้ำกลายเป็นเกาะ เช่น เกาะไอซ์แลนด์ ซึ่งเป็นเพียงไม่กี่แห่งที่สามารถมองเห็นเทือกเขานี้ได้จากบนบก เลขเด็ดงวดนี้

ร่องลึกก้นสมุทร

แม้ว่ามหาสมุทรแอตแลนติกจะไม่มีร่องลึกที่ลึกที่สุดในโลกเท่ากับมหาสมุทรแปซิฟิก แต่ก็มีร่องลึกที่สำคัญอยู่หลายแห่ง ได้แก่

  • ร่องลึกเปอร์โตริโก (Puerto Rico Trench): เป็นจุดที่ลึกที่สุดของมหาสมุทรแอตแลนติก โดยมีความลึกสูงสุดที่ ประมาณ 8,376 เมตร ตั้งอยู่ทางเหนือของเกาะเปอร์โตริโกในทะเลแคริบเบียน
  • ร่องลึกเซาท์แซนด์วิช (South Sandwich Trench): เป็นร่องลึกที่ลึกที่สุดเป็นอันดับสองของมหาสมุทรแอตแลนติก โดยมีความลึกสูงสุดที่ ประมาณ 8,266 เมตร ตั้งอยู่ใกล้กับหมู่เกาะเซาท์แซนด์วิช ทางตอนใต้ของมหาสมุทร

ความหลากหลายทางชีวภาพของมหาสมุทรแอตแลนติก

ระบบนิเวศสำคัญในมหาสมุทรแอตแลนติก

  • แนวปะการังและป่าชายเลน: บริเวณชายฝั่งและทะเลเขตร้อน โดยเฉพาะในทะเลแคริบเบียน มีแนวปะการังที่อุดมสมบูรณ์และป่าชายเลนที่ทำหน้าที่เป็นแหล่งอนุบาลสัตว์น้ำและเป็นที่อยู่อาศัยของปลาหลากหลายชนิด .
  • ป่าสาหร่ายทะเล (Kelp Forests): ในเขตน้ำเย็นทางตอนเหนือของมหาสมุทรแอตแลนติก มีป่า- สาหร่ายทะเลขนาดใหญ่ ซึ่งเป็นแหล่งอาหารและที่หลบภัยของสัตว์ทะเลมากมาย
  • แหล่งน้ำวนสาหร่ายซาร์กัสโซ (Sargasso Sea): เป็นระบบนิเวศที่ไม่เหมือนใครในมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ ที่มีสาหร่ายซาร์กัสซัมลอยอยู่เป็นจำนวนมาก เป็นแหล่งเพาะพันธุ์ปลาไหลและเป็นที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กจำนวนมาก
  • เทือกเขากลางมหาสมุทรแอตแลนติก: แม้จะอยู่ใต้ทะเลลึก แต่บริเวณเทือกเขากลางมหาสมุทรก็มีระบบนิเวศเฉพาะตัว โดยเฉพาะบริเวณที่เรียกว่า ช่องระบายความร้อนใต้ทะเล (Hydrothermal Vents) ซึ่งเป็นที่อยู่ของสิ่งมีชีวิตที่ปรับตัวให้อยู่รอดในสภาพแวดล้อมที่มีอุณหภูมิสูงและปราศจากแสงแดด

ชนิดของสิ่งมีชีวิตที่พบได้

  • สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในทะเล: มีวาฬหลายสายพันธุ์ เช่น วาฬหลังค่อม วาฬสีน้ำเงิน และโลมาชนิดต่างๆ
  • ปลา: เป็นแหล่งประมงที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก มีปลาเศรษฐกิจหลายชนิด เช่น ปลาแอตแลนติกค็อด ปลาแมคเคอเรล และปลาเฮอร์ริ่ง
  • สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง: มีสัตว์จำพวกกุ้ง ปู หอย และหมึก รวมถึงสิ่งมีชีวิตขนาดเล็กอย่างแพลงก์ตอน ซึ่งเป็นรากฐานของห่วงโซ่อาหาร
  • สัตว์เลื้อยคลานทะเล: มีเต่าทะเลหลายชนิด เช่น เต่ามะเฟืองและเต่ากระ ซึ่งใช้มหาสมุทรแอตแลนติกเป็นเส้นทางอพยพ เลขเด็ดงวดนี้
  • สิ่งมีชีวิตในทะเลลึก: บริเวณก้นสมุทรมีสิ่งมีชีวิตที่ปรับตัวให้เข้ากับแรงดันมหาศาลและความมืดสนิท เช่น ปลาแองเกลอร์ (anglerfish) และปลาหมึกยักษ์ (giant squid)

ความสำคัญทางประวัติศาสตร์และตำนาน มหาสมุทรแอตแลนติก

ความสำคัญทางประวัติศาสตร์

  • เส้นทางการค้าและการสำรวจ: ตั้งแต่สมัยโบราณ มหาสมุทรแอตแลนติกเป็นเส้นทางเดินเรือหลักสำหรับชาวไวกิ้ง ชาวโปรตุเกส และชาวสเปน โดยในศตวรรษที่ 15 และ 16 การสำรวจโลกโดยคริสโตเฟอร์ โคลัมบัส ได้เปิดเส้นทางสู่ทวีปอเมริกา ซึ่งเป็นจุดเริ่มต้นของยุคการสำรวจโลก (Age of Discovery)
  • เส้นทางการค้าทาส: ในช่วงศตวรรษที่ 16 ถึง 19 มหาสมุทรแอตแลนติกเป็นเส้นทางของการค้าทาสข้ามมหาสมุทร ซึ่งได้ทิ้งร่องรอยความโหดร้ายทางประวัติศาสตร์ไว้ในทั้งสามทวีป ได้แก่ ยุโรป แอฟริกา และอเมริกา
  • เส้นทางเดินเรือและยุทธศาสตร์: ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 มหาสมุทรแอตแลนติกเป็นสมรภูมิสำคัญระหว่างกองทัพเรือของฝ่ายพันธมิตรและฝ่ายอักษะ เพื่อควบคุมเส้นทางขนส่งเสบียงและกำลังพล

ตำนานและเรื่องเล่าลึกลับ

  • สามเหลี่ยมเบอร์มิวดา (Bermuda Triangle): นี่คือหนึ่งในตำนานที่โด่งดังที่สุดของมหาสมุทรแอตแลนติก บริเวณนี้เป็นพื้นที่กว้างใหญ่ระหว่างเกาะเบอร์มิวดา รัฐฟลอริดา และเครือรัฐเปอร์โตริโก ที่เต็มไปด้วยเรื่องราวของการหายสาบสูญอย่างเป็นปริศนาของเรือและเครื่องบินจำนวนมาก แม้ว่านักวิทยาศาสตร์จะอธิบายว่าสาเหตุอาจมาจากสภาพอากาศที่รุนแรงและลักษณะทางภูมิศาสตร์ แต่ตำนานก็ยังคงเป็นที่เล่าขานกันอย่างแพร่หลาย
  • อาณาจักรแอตแลนติสที่สาบสูญ: ตามตำนานของเพลโต อาณาจักรแอตแลนติสเป็นเกาะที่เจริญรุ่งเรืองและเต็มไปด้วยอารยธรรมโบราณ แต่ในที่สุดก็ได้จมลงสู่ใต้ทะเลหลังจากเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติ ซึ่งหลายคนเชื่อว่าอาณาจักรที่สาบสูญนี้อาจตั้งอยู่ในมหาสมุทรแอตแลนติกนี่เอง

สรุป

เป็นมหาสมุทรที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของโลก อยู่ระหว่างทวีปอเมริกา ยุโรป และแอฟริกา มีบทบาทสำคัญต่อการขนส่งทางทะเล การค้าโลก และการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม ยังเป็นพื้นที่ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพสูงและมีผลต่อสภาพภูมิอากาศโลก